(099)934 9990

บทความ

ข้อดี-ข้อเสียของการเรียนหมอ
20May

ข้อดี-ข้อเสียของการเรียนหมอ

จากประสบการณ์ที่ผ่านมามีน้อง inbox มาถามพี่เยอะมากว่าอยากเป็นหมอต้องเตรียมตัวยังไง และคำถามแรกที่พี่จะถามกลับไปก่อนบ่อย ๆ คือ น้องอยากเป็นหมอจริง ๆ รึป่าว ทำไมถึงอยากเป็นหมอ เชื่อว่าหลายคนมีเหตุผลของตัวเองครับ ไม่ว่าจะเป็น อยากช่วยเหลือคน เป็นอาชีพที่มั่นคง แม่อยากให้เป็น หรือเรียนเก่งแล้วเห็นคนเก่งเขาเรียนหมอกัน เลยคิดว่าเรียนหมอก็น่าจะดีมั้ง วันนี้พี่ก็เลยจะมาเล่าให้ฟังว่าการเป็นหมอนั้นจริง ๆ แล้วมันมีข้อดีข้อเสียยังไงตามความเห็นส่วนตัวของพี่ เพื่อให้น้องที่อยากเรียนหมอเข้าใจกันให้ถูก เริ่มจากข้อเสียก่อนละกันนะ แล้วเราจะไปพูดข้อดีกันตอนหลัง

ข้อเสีย

– เรียนหนัก : ต้องยอมรับว่าหมอเรียนหนักเมื่อเทียบกับหลาย ๆ คณะ เพราะชั่วโมงเรียนของเราเยอะมาก ตารางเรียนปกติคือ 8 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็น ทุกวัน จันทร์-ศุกร์ ไม่นับการนัดเรียนเพิ่ม หรือบางวันที่มีเรียนแลปถึง 5 หรือ 6 โมงก็มี และเนื้อหาของแต่ละชั่วโมงเรียนนั้นละเอียดและเยอะมากกกกกก น้อง ๆ อ่านถึงตรงนี้อย่าเอาไปเปรียบเทียบกับม.ปลายนะครับ ถ้าคิดว่าเนื้อหาม.ปลายทั้งหมดที่อ่านเพื่อเตรียมเข้าหมอเยอะแล้ว การเรียนหมอเนื้อหาเยอะกว่านั้นมากกกกกครับ (มันคนละระดับเลยละ) นอกชั่วโมงเรียนที่เยอะแล้วเราก็ยังมีเวรครับ การอยู่เวรคือน้องเรียนมาทั้งวันแล้วนั่นแหละ แล้วก็อยู่ต่อคืนนั้นเลย พร้อมตื่นเช้ามาก็มาเรียนพร้อมเพื่อน ๆ คืนนั้นน้องอาจจะได้นอน 2-6 ชม แล้วแต่จำนวนเคสผู้ป่วยครับ (แต่มักไม่เกิน 6 ชมหรอก) บางคนจะเอาจำนวนหน่วยกิตหมอมานั่งเทียบว่าเรียนเยอะรึป่าว พี่บอกเลยว่ามันเทียบไม่ได้ครับ เพราะน้องต้องนับจำนวนชั่วโมงเวร จำนวนชั่วโมงเรียนเพิ่มอีกที่ไม่ได้อยู่ในการนับหน่วยกิตครับ

– เรียนนาน : เรียนหมอใช้เวลานานกว่าคณะอื่น ๆ คือต้องเรียน 6 ปี กว่าจะจบก็อายุประมาณ 24 แล้วก็ต้องไปใช้ทุนอีก 3 ปี และทุกวันนี้ถ้าอยากทำอาชีพหมอในระยะยาวยังไงก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง (เพราะแพทย์ทั่วไปทำอะไรแทบจะไม่ได้) ก็จะเป็นเวลาอีก 3-4 ปี แล้วแต่สาขาที่เรียน สรุปโดยรวมแล้วเนี่ยน้อง ๆ จะจบเป็นหมอโดยสมบูรณ์ ก็อายุประมาณ 30 กว่า ๆ แล้วละ (ไม่นับว่าบางสาขาที่เรียนอาจจะต้องเรียนเฉพาะทางของเฉพาะทางลงไปอีก 2-3 ปีนะครับ) ขณะที่คนอื่นเขาเริ่มทำงาน มีเงินเก็บของตัวเอง จัดการชีวิตตัวเองได้ตอนอายุ 22 ปี แต่หมออายุ 30 กว่า ๆ เพิ่งจะเริ่มได้สร้างชีวิตของตัวเองจริง ๆ

– มีครอบครัว : ปัญหานี้พี่เขียนเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับน้อง ๆ ผู้หญิงโดยเฉพาะครับ (ลังเลอยู่นานว่าจะเขียนหรือไม่เขียนดี 555) คือจากการที่มันเรียนนาน กว่าจะจบจริง ๆ ก็ 30 กว่า ๆ ซึ่งถ้าคิดจะแต่งงานมีลูกก็ต้องตอนอายุเท่านี้แหละครับ เพราะก่อนหน้านี้มันจะไปมีเวลาดูแลครอบครัวดูแลลูกยังไง เพราะเอาตัวเองยังไม่รอดเลย และตลอดระยะเวลาตั้งแต่เข้าเรียนหมอจนถึง 30 กว่า ๆ เนี่ยน้องแทบจะไม่ได้เจอคนนอกวงการสาธารณสุขเลย อีกทั้งทุกวันนี้หมอผู้ชายก็มีน้อยกว่าผู้หญิง และหมอผู้ชายที่ไม่ใช่ผู้ชายแท้ ๆ ก็มีจำนวนไม่น้อย ดังนั้นจะเห็นว่าการหาแฟนสำหรับผู้หญิงที่เรียนหมออาจจะยากอยู่นะพี่ว่า อะ สมมติว่ามีแฟนแล้วกว่าจะได้ไปสร้างครอบครัวกันก็ปาเข้าไป 30 กว่า ๆ มันอาจจะเป็นตัวเลขที่มากไปสำหรับผู้หญิงบางคนรึป่าว อันนี้พี่ไม่รู้ ให้เป็นข้อมูลละกันนะ

– ปัญหาฟ้องร้อง : ทุกวันนี้หมอโดนปัญหาฟ้องร้องเยอะมาก หลาย ๆ ครั้งเกิดจากหมอผิดพลาด อันนี้ก็ต้องยอมรับผิดไปโดยปริยาย ซึ่งน้องบางคนก็บอกว่าก็เป็นหมอที่มีความรู้เยอะ ๆ พูดกับคนไข้ดี ๆ สิก็ไม่โดนฟ้องหรอก พี่จะบอกว่าการฟ้องร้องนอกจากเกิดจากหมอพลาดจริง ๆ แล้วยังมีอีกหลายเคสที่หมอทำถูกต้องตามหลักการทางการแพทย์แล้ว แต่ก็ยังถูกฟ้องเพราะผลข้างเคียงการรักษา การตอบสนองต่อการรักษาไม่ดีเท่าที่ควร หรืออื่น ๆ อีกมากมาย คือน้องต้องเข้าใจว่ามุมของผู้ป่วยนั้นเขามารักษาเขาคาดหวังว่าเขาจะต้องดีขึ้น หรือหายขาด ถ้าหากรักษาแล้วแย่ลง จะเกิดจากใครละครับถ้าไม่ใช่หมอ ? (แต่เขาอาจจะลืมมองว่า มันอาจจะเกิดจากตัวโรคเองที่มันมีโอกาสแย่อยู่แล้ว หรือเกิดจากผลข้างเคียงการรักษา) ดังนั้นเขาก็มองว่าหมอผิด ก็ต้องฟ้องสิครับ

ข้อดี

– เป็นอาชีพที่มั่นคง : หมอเป็นอาชีพที่มั่นคง คือไม่มีทางถูกไล่ออก หรือตกงาน เพราะทุกวันนี้หมอขาดแคลนอยู่ครับ เรายังผลิตแพทย์เข้าสู่ระบบได้ไม่ทัน เพราะผลิตได้น้อย และแพทย์ไหลออกนอกระบบอีกด้วย ดังนั้นการเรียนหมอถ้าจบมาได้เนี่ยนะครับ ไม่ต้องกลัวไม่มีงานทำ เพราะมันมีให้ทำแน่นอน และเยอะด้วยละ !

– รายได้ค่อนข้างดี : ต้องยอมรับว่าเป็นหมอรายได้ถือว่าดีเมื่อเทียบกับหลายอาชีพครับ แต่มันก็ไม่ได้รวยเมื่อเทียบกับอีกหลาย ๆ อาชีพนะครับ ถ้าจะให้พูดรวม ๆ แล้วอาชีพหมอก็ยังถือว่าอยู่ในคนฐานะเกือบ ๆ จะรวยครับ ดังนั้นใครหวังว่าจะรวย การเป็นหมอไม่ตอบโจทย์ครับ เพราะมันทำได้แค่เกือบ ๆ จะรวยเท่านั้นเองครับ แต่ก็จะไม่ขัดสนเรื่องเงินแน่นอน ถ้าไม่ได้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยมากเกินไป

– ได้ช่วยเหลือคนอื่น : หมอโดยอาชีพแล้วเหมือนน้องได้ทำบุญช่วยเหลือผู้อื่นทุกวันครับ เพราะคนที่มาโรงพยาบาลนั้นมีความทุกข์อยู่แล้ว การช่วยขจัดความทุกข์ของเขาเหล่านั้นด้วยจิตใจที่ปราถนาดี เป็นสิ่งที่ได้บุญกุศุลอยู่แล้วครับ ซึ่งการได้ทำงานลักษณะนี้แล้วเห็นพวกเขาหายจากโรค กลับบ้านได้ น้องจะมีความสุขครับ และมันเป็นความสุขที่มีทุกวัน หาไม่ได้จากการทำงานอย่างอื่นซะด้วยนะครับ

– มีเกียรติ : แม้ว่าจะมีปัญหาฟ้องร้องกันเยอะในปัจจุบัน แต่หมอก็ยังเป็นอาชีพที่ได้รับเกียรติและได้รับการยอมรับจากคนในสังคมค่อนข้างมาก เมื่อเทียบกับหลาย ๆ อาชีพ แต่การที่เขาให้เกียรติตรงนี้ ก็จะต้องแลกมาด้วยการวางตัวที่เหมาะสมของคนที่จะมาเป็นหมอด้วยนะครับ

น้อง ๆ ที่อยากเป็นหมอถ้าได้เข้ามาอ่านก็ลองเอาไปประกอบการตัดสินใจเลือกคณะที่จะเรียนดูนะครับ พี่อยากฝากไว้นิดนึงว่า การเลือกคณะ อย่าเลือกเพราะมีคนบอกว่าอาชีพนี้ดีสุด หรือคิดเอาว่าอาชีพนี้ดีสุดครับ เพราะอาชีพที่ดีที่สุดนั้นไม่มีอยู่จริงครับ ทุก ๆ อาชีพมีข้อดีข้อเสียในตัวเอง อาชีพแพทย์ก็เช่นกัน ดังนั้นการเลือกคณะควรจะดูว่าเราเหมาะกับอาชีพไหนมากกว่านะครับ

[Ad]ติวออนไลน์ระดับมัธยมกับพี่ ๆ ติวเตอร์คณะแพทย์ได้ที่..
ดูรีวิวนักเรียนของเรา >> https://www.facebook.com/media/set/…
line @ : http://line.me/ti/p/@boc6745e (หรือ @tiwtactic)
Tel. 099-934-9990
Website : www.Tiwtactic.com
Fanpage : www.facebook.com/Tiwtactic
Instagram : Tiwtactic_team
Twitter : Tiwtactic

อ่าน 53470 ครั้ง

Avatar
P' KlongTutor
พี่กล้อง ประวัติการศึกษา -คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล -ม.ปลาย โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ -ประสบการณ์สอนมากกว่า 5 ปี ทั้งกลุ่มย่อย และกลุ่มใหญ่